CCP จับมือพันธมิตร WHALE LOGISTICS GROUP จัดตั้งบริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด ให้บริการการบริหารจัดการคลังสินค้า เขตปลอดอากร (Free Zone) ในโซนแหลมฉบัง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พื้นที่รวม 2.2 หมื่นตร.ม. บนที่ดินทำเลศักยภาพกว่า 10 ไร่ รองรับความต้องการกลุ่มลูกค้า Import-Export , Transit Shipment , ธุรกิจ E-Commerce , ผู้ประกอบการ / โรงงานที่ต้องการจัดตั้งเขตปลอดอากร (Free Zone) และอื่นๆ เผยแผนเพิ่มพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มบริษัทในเครือ WHALE LOGISTICS GROUP ผู้เป็น Professional Logistics Provider ลำดับต้นๆ ในโซนแหลมฉบัง และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จัดตั้ง บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการคลังสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ในเขตปลอดอากร (Free Zone) มีมูลค่าการลงทุนมากกว่า 400 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นแบ่งเป็น CCP 60 %  และบริษัท ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 40 %
 
สำหรับที่มาของการจัดตั้งบริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด นั้นเนื่องจากผู้บริหารทั้ง 2 บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจจากแนวโน้มความต้องการใช้คลังสินค้าในเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่และผู้ให้บริการที่มีความเป็นมืออาชีพนั้นมีไม่เพียงพอ อีกทั้งแหลมฉบังและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ผนวกกับปัจจัยเสริมจากภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งรองรับการลงทุนและการผลิตที่สำคัญของอาเซียน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้
 
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความพร้อมของที่ดิน บนทำเลที่มีศักยภาพจำนวนมาก เพื่อพัฒนาสร้างคลังสินค้าและพื้นที่ลานจัดเก็บสินค้า รวมทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านงานคอนกรีตรูปแบบต่างๆ สำหรับก่อสร้างคลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรม จึงทำให้สามารถบริหารจัดการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างคลังสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และใช้ระยะเวลาที่รวดเร็ว
 
จากความพร้อมและความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถขยายบริการให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และผลักดันสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้เมื่อ EEC เริ่มขับเคลื่อนอย่างจริงจังทางซีซีพีก็เดินหน้าโครงการต่างๆมาโดยตลอดมุมด้านการก่อสร้างจะเห็นภาพการเติบโต โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยบวกจากการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง รถไฟความเร็วสูงและสนามบินส่งผลดีเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นปัจจุบันจึงไม่เปิดโอกาสให้มือสมัครเล่นเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามธุรกิจอีกแล้ว เป็นเวลาของมืออาชีพมากกว่า การพัฒนาคลังสินค้าของซีซีพีและปลาวาฬกรุ๊ปจึงพร้อมรองรับความต้องการของนักลงทุนได้ทันที

“ปัจจุบันรายได้รวมของซีซีพีประมาณ 2,600 ล้านบาท ส่วนโครงการร่วมลงทุนครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท โดยได้เริ่มศึกษาถึงแนวโน้มการเติบโตด้านโลจิสติกส์มาแล้ว 4-5 ปีจึงเป็นความท้าทายทางธุรกิจก่อเกิดเป็นความร่วมมือของทั้งสองบริษัทเกิดขึ้น ขณะนี้ได้คุยกับลูกค้าแล้ว 2 รายพร้อมจะเข้ามาใช้บริการเฟสแรกหากก่อสร้างแล้วเสร็จซึ่งคาดว่าภายในปี 2568 รูปแบบโครงสร้างแนวตั้ง อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาทำเลอื่นๆ ในระยะต่อไปด้วยอยู่ระหว่างคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพมาดำเนินการ”

ด้านนายธีรจิตร สอนแจ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปลาวาฬ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ CEO ของกลุ่มบริษัทในเครือ WHALE LOGISTICS GROUP กล่าวว่า WHALE LOGISTICS GROUP มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ CCP โดยความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการพัฒนาอีกขั้นของทั้ง 2 บริษัท ด้วยความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างของ CCP และความเป็นมืออาชีพในด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ครบวงจรของ WHALE LOGISTICS GROUP จะช่วยผนึกกำลังในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ ได้อย่างสูงสุด
 
ทั้งนี้ บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด มีแผนการก่อสร้างอาคารคลังสินค้า จำนวน 2 เฟส บนที่ดินกว่า 10 ไร่ ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง (KSSP)  โดยจะเป็นลักษณะคลังสินค้าในรูปแบบ Free Zone Operator คาดก่อสร้างแล้วเสร็จเริ่มให้บริการและทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท ภายในปี 2568
 
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะขยายธุรกิจและเพิ่มพื้นที่ให้บริการในรูปแบบการร่วมมือกับ Partner ที่มีศักยภาพ (Franchising) เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตต่อเนื่องได้ในอนาคต