อิมแพ็ค เปิดบริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง เน้นสมาร์ทและปลอดภัย

อิมแพ็ค เปิดฉากรองรับงานเล็ก-ใหญ่เต็มพื้นที่มากกว่า 140,000 ตร.ม. ชูความสมาร์ทและปลอดภัยตามวิถีใหม่ เรียกความมั่นใจลูกค้ากลับมาใช้บริการ
 
อิมแพ็ค เดินหน้าเปิดบริการเต็มรูปแบบ ภายใต้มาตรฐาน New Normal เน้นย้ำมากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท นำนวัตกรรมฉายแสง UVC ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นที่ต้องสะอาดและปลอดภัยสูงสุด พร้อมเสริมเทคโนโลยี Hybrid Meeting หนุนประชุม-สัมมนารองรับได้ 100-3,000 ท่าน แจงพื้นที่ศูนย์ฯ มากกว่า 140,000 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอบรับรูปแบบจัดงานวิถีใหม่ทุกประเภท เล็ก กลาง ใหญ่ ได้อย่างเหมาะสม เผยการประกาศผ่อนปรนและตรวจเยี่ยมพื้นที่ของภาครัฐสร้างความมั่นใจ ดึงลูกค้าจองพื้นที่จัดงานช่วงไตรมาส 3 และ 4 กลับมาต่อเนื่อง
 
นายพอลล์  กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวถึงการกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ประกาศคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 4 ให้กลุ่มกิจการและกิจกรรมธุรกิจศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเปิดบริการได้ แต่ยังต้องเข้มงวดในมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากเป็นกิจการและกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของประชาชนจำนวนมาก จึงต้องให้ความสำคัญเรื่องการบริการจัดการรักษาระยะห่างและการควบคุมความหนาแน่นของผู้ใช้บริการในพื้นที่ ควบคู่กับมาตรการดูแลสุขอนามัยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
 
ในช่วงที่ปิดบริการกว่า 3 เดือน อิมแพ็ค ได้เตรียมความพร้อมของพื้นที่และบริการ เพื่อให้สอดรับกับระเบียบของทางราชการที่กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับกิจการ และกิจกรรมการแสดงสินค้าและการประชุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยให้ปฏิบัติตามหลายเงื่อนไข อาทิ ประชุม อบรม สัมมนา 4 ตร.ม. ต่อคน, จัดเลี้ยง งานอีเว้นท์ เปิดตัวสินค้า การประกวด แข่งขันกีฬา ระยะนั่ง-ยืน ห่าง 1 เมตร, งานแสดงดนตรี คอนเสิร์ต ลดหนาแน่น-ไร้ระเบียบ เกณฑ์ 5 ตร.ม.ต่อคน เป็นต้น  
 
พร้อมกันนี้ อิมแพ็ค ได้จัดทำคู่มือสร้างความเข้าใจร่วมกับลูกค้าผู้จัดงานถึงแนวทางดำเนินการให้บริการในวิถีใหม่ หรือ New Normal จำนวน 7 คู่มือ ได้แก่ คู่มือมาตรการความห่วงใยในสุขภาพและความปลอดภัย IMPACT We Do Care, คู่มือการจัดงานประชุม-สัมมนา Meeting & Convention, คู่มือการจัดงานสังสรรค์ Party, คู่มือการจัดงานแสดงสินค้า-นิทรรศการ Exhibition, คู่มือการจัดงานสอบ Examination, คู่มือการจัดงานแต่งงาน Wedding, และคู่มือการจัดแสดงคอนเสิร์ต Concert โดยทุกคู่มือได้วางข้อปฏิบัติที่เหมาะสมกับกิจกรรมและพื้นที่ของการจัดงาน โดยอ้างอิงข้อมูลคำแนะนำจากทางหน่วยงานด้านสาธารณสุข ระเบียบข้อกำหนดของทางราชการ รวมถึงหน่วยงานผู้กำกับดูแล เช่น สมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ (TCEB)
 
“วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบ ในวิถีใหม่ อิมแพ็ค มากกว่าความปลอดภัยคือความสมาร์ท ด้วยมีพื้นที่จัดแสดงงานมากกว่า 140,000 ตารางเมตร ถือเป็นศูนย์ฯ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราสามารถจัดสรรพื้นที่จัดงานได้อย่างเหมาะสมรองรับงานขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ตามมาตรฐาน New normal พร้อมกันนี้ยังได้นำนวัตกรรมสมัยใหม่ดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัย โดยเลือกนวัตกรรมเครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer ผลงานวิจัยร่วมของ สวทช. และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในพื้นที่ภายในศูนย์ฯ การเลือกใช้นวัตกรรมปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส หรือ MagikTuch อีกหนึ่งผลงานของ สวทช. มาใช้เพื่อช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ลดการเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ถือเป็นความสมาร์ทที่มากกว่าความปลอดภัย ซึ่ง อิมแพ็ค ได้นำมาอำนวยความสะดวกลูกค้า”

นอกจากนวัตกรรมดูแลสุขภาพอนามัยแล้ว อิมแพ็ค เพิ่มความสมาร์ทให้ลูกค้าโดยลงทุนระบบจัดการประชุม Hybrid meeting หรือ visual seminar ซึ่งเป็นระบบที่ตอบรับนโยบายรัฐในการจำกัดความหนาแน่นของการจัดประชุม-สัมมนา อ้างอิงพื้นที่ 4 ตารางเมตรต่อท่าน ทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมลดลง แต่ด้วยระบบไฮบริดสามารถรองรับผู้มาร่วมประชุมในห้องจริง และเปิดลงทะเบียนให้ผู้สนใจร่วมประชุมทางออนไลน์ได้เพิ่มตามจำนวนที่ต้องการ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสองส่วนสามารถสื่อสารระหว่างกันและมีส่วนร่วมในการประชุมได้เสมือนอยู่ในห้องเดียวกัน ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถลงทะเบียนผู้ร่วมประชุมได้ตั้งแต่ 100-3,000 คน

นอกจากการเตรียมระบบ รวมถึงกล้องและอุปกรณ์รองรับการจัดประชุมแล้ว ยังมีทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคให้การดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงานด้วย เพื่อให้ความสะดวกสำหรับลูกค้าจัดการประชุมสัมมนา แตกต่างจากหลายแห่งที่ลูกค้าจะต้องติดต่อนำระบบเข้ามาเอง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ อิมแพ็ค ได้เชิญลูกค้าผู้จัดงานทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาเยี่ยมชมและทดสอบใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งก็ได้รับความสนใจและตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก
 
นายพอลล์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่การประกาศผ่อนปรนระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ต่อเนื่องถึงการผ่อนปรนระยะที่ 4 อีกทั้งการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ ของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมกับการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้าผู้จัดงานเกิดความมั่นใจ ยืนยันจองพื้นที่จัดงานช่วงไตรมาส 3 และ 4 จำนวนมาก
 
จากข้อมูลเบื้องต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ลูกค้าจองพื้นที่จัดงานแล้วมากกว่า 20 งาน แบ่งเป็น กลุ่มงานประชุมสัมมนา จำนวน 11 งาน เช่น การประชุมของหน่วยงานราชการ, การประชุมผู้ถือหุ้นบางกอกแลนด์ กลุ่มงานแสดงสินค้า จำนวน 7 งาน ทั้งของหน่วยงานราชการและเอกชน ซึ่งงานไฮไลต์มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก เช่น งานแสดงสินค้าอุปโภคบริโภค Midyear Sale, งานแสดงสินค้าเกี่ยวกับบ้าน HomePro Expo, งานแสดงสินค้าเพื่อแม่และเด็ก BBB Baby and Kids Best Buy, งานแสดงสินค้ายานยนต์ Bangkok Motor Show กลุ่มงานสอบจำนวน 2 งาน เป็นการสอบคัดเลือกบุคคลรับราชการ และกลุ่มงานพิเศษ จำนวน 5-6 งาน เช่น กิจกรรมอินเซนทีฟ กิจกรรมจัดเลี้ยงปาร์ตี้
 
“งานใหญ่ของ อิมแพ็ค ที่หลายคนรอคอย คือ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ครั้งที่ 41 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 บนพื้นที่รวมกว่า 170,000 ตารางเมตร ถือเป็นงานใหญ่งานแรกสำหรับวงการยานยนต์ของโลกที่จัดขึ้นในหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งหลายคนจับตามอง แต่ด้วยเชื่อมั่นถึงการเตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงานนั่นคือ อิมแพ็ค การประกาศผ่อนปรนระยะ 4 ของทางราชการ การดำเนินการจัดงานตามวิถี New Normal และความร่วมมืออันดีของทุกภาคส่วน รวมถึงลูกค้าที่เป็นแฟนประจำงานนี้ที่พร้อมมาชมงานและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้าใจและไม่ประมาท จะทำให้การจัดงานครั้งนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ กลายเป็นต้นแบบให้การจัดงานอื่นๆ ต่อไป”