โควิด ที่อาจทำให้ Mega trend เรื่องเมืองเปลี่ยนไป

โดย….มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม
ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa)


ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน หลายสำนัก พูดมานานแล้วว่า ประมาณ 70% ของประชากรจะย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมือง โดยน่าจะเกิดภายในปี 2030 (บางค่ายก็บอก 2050)


ส่วนตัวนั่งคิดมานานแล้ว ว่ามันจะจริงหรือไม่ !!


โดยเฉพาะมาเกิดโควิดขึ้นอีก ซึ่งทำให้คนเริ่มเรียนรู้ว่า การอยู่อาศัยในเมืองที่แออัดมันเสี่ยงมาก ในแง่ …

1. การแพร่ของโรคติดต่อ เนื่องจากความแออัด

2. การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ กลับเป็นความเสี่ยง ซึ่งตามตำราแต่เดิมคือ ต้องสร้างระบบขนส่งสาธารณะ และให้ความเจริญเกิดไปตามแนวราง

3. เมื่อธุรกิจตั้งอยู่ในเมือง การถูก lockdown หรือการปิดอาคาร สำนักงาน ทำให้ธุรกิจดำเนินไปไม่ได้ ซึ่งถ้ามีสำนักงานกระจายออกไปนอกเมือง จะช่วยบรรเทาได้

4. การ work from home ทำให้ไม่จำเป็นต้องเข้ามาอยู่แออัดในเมืองก็ได้

5. การถูกจำกัดให้อยู่แต่ในคอนโด แคบ ๆ ทำให้คนเครียดมาก แต่คนที่มีบ้าน มีพื้นที่ อยู่ห่างออกไปจากเมือง ค่อยผ่อนคลายกว่า

6. การจ้างงานพนักงานที่อาจอยู่ไกลคนละทวีป ก็ยังได้ ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีเที่ยวบินก็ไม่ซีเรียส ทำงานกันแบบ WFH

7. Google และ Facebook ประกาศนโยบาย WFH ยาวถึงปี 2021

8. แล้วก็ Facebook กำลังวางแผนจะให้มีนโยบาย WFH แบบถาวรไปเลย


ผมลองเช็คกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทราบว่าบ้านชานเมือง และที่อยู่อาศัยแนวราบ กลับมาทำยอดได้ดี


หรือว่า พวกเราอาจจะต้องปรับฐานคิดกันใหม่ เรื่อง “เมือง”


ทฤษฎี หรือ ตำรา ที่ว่ากันไว้ก่อนหน้านี้ อาจจะต้องมา # ทบทวนกันใหม่