มท.3 หนุนสร้างแลนด์มาร์คใหม่ที่บึงกาฬ

“ทรงศักดิ์” มท.3 ลงพื้นที่อีสาน หยอดคำหวานหนุนโปรเจคสร้าง “แลนด์มาร์ค” พัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของจังหวัด สื่อถึงความเป็นพี่น้อง ไทย–ลาว โดยใช้ปฏิมากรรมเป็นตัวแทนแสดงถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่รูปแบบอัตลักษณ์ที่ทันสมัย คาดของบปี 65 ไปดำเนินการ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมานายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ พร้อมสำรวจพื้นที่ในการเตรียมก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ตามโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

โดยในครั้งนี้มีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายทวีเกียรติ ศรีสกุลเมฆี สถาปนิกใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง นายอนุชา เจริญพันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และประชาชน ร่วมต้อนรับ

โอกาสนี้มท. 3 กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และเป็นแหล่งการค้าการลงทุนที่เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ของจังหวัดบึงกาฬ บนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

ด้านนายวิษณุ อยู่ดี ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม กรมโยธาธิการและผังเมือง บรรยายสรุปโครงการ ว่า ไฮไลท์มีกรอบแนวคิดในการออกแบบ คือ 1. สร้างอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ ความเป็นพี่น้อง ไทย–ลาว (LANDMARK) โดยใช้ปฏิมากรรมเป็นตัวแทนที่แสดงถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่รูปแบบอัตลักษณ์ที่ทันสมัย 2. รักษาระบบนิเวศของพื้นที่เดิม (PARK) ให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและสามารถเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 3. สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ (LAKE) บึงและสวนสาธารณะให้กับเทศบาลเมืองบึงกาฬ เพื่อระบบสาธารณูปโภคที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน 4. สร้างพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อเศรษฐกิจชุมชน (ECONOMIC AREA) เช่น พื้นที่เช่า (ตลาดคนเดิน ลานคนเมือง) เพื่อหารายได้ไว้ใช้ในการบำรุงรักษาพื้นที่สวนสาธารณะและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน และ 5. ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน เขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการของบประมาณก่อสร้างประมาณปี 2565

ด้านนายทวีเกียรติ ศรีสกุลเมฆี สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ของจังหวัดบึงกาฬ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาออกแบบโครงการเบื้องต้น

โดยกรมฯ ได้ดำเนินการออกแบบ ประกอบด้วย 1. แลนด์มาร์คของจังหวัด ซึ่งเป็นลานพลาซ่าขนาดใหญ่ เชื่อมโยงแนวแกนของเมืองมุ่งสู่พื้นที่ริมแม่น้ำโขง 2. สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองบึงกาฬ ประกอบด้วย สถานที่ออกกำลังกาย ลู่วิ่ง และทางจักรยาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้กับเมือง 3. บึงน้ำขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ และ 4. โซนเศรษฐกิจชุมชน ประกอบด้วย ลานคนเมือง ตลาดถนนคนเดินพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรม ค้าขาย ให้กับชุมชน เพื่อสร้างรายได้ ให้กับคนในท้องถิ่น

“เมื่อการก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ตามโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ แล้วเสร็จคาดว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับจังหวัดบึงกาฬ ภาคอีสานตอนบน กับประชาชนในประเทศ และอาจจะทำให้จังหวัดบึงกาฬ เป็นเมืองต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ได้นำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนตลอดไป” สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวในตอนท้าย