พีดีเฮ้าส์ หวั่นพิษเศรษฐกิจ-ม็อบ ยังมั่นใจยอดจองทะลุ 1,000 ล้าน

พีดีเฮ้าส์ โชว์ยอดจองสร้างบ้าน 6 เดือนแรกฉลุย มั่นใจยอดขายทั้งปีทะลุกว่า 1,000 ล้านบาท หวั่นเศรษฐกิจซบ-การเมืองป่วนตลาดรับสร้างบ้าน Q3 หยุดชะงัก เร่งปรับกลยุทธ์ พร้อมโหมโปรเด็ด

นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด ภายใต้แบรนด์ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ยอดจองสร้างบ้านของกลุ่มพีดีเฮ้าส์ในช่วงครึ่งปีแรก ถือว่ายังเติบโตและสวนทางภาวะเศรษฐกิจปีนี้อยู่พอสมควร ปัจจัยสำคัญๆ เกิดจาก ประการแรก จำนวนสาขาที่เปิดให้บริการมากที่สุดเกือบ 30 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัดกว่า 50 จังหวัด ประการถัดมา ด้วยประสบการณ์ 30 ปีกับผลงานที่ผ่านมากว่า 10,000 หลัง และความน่าเชื่อถือที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์พีดีเฮ้าส์ ประการที่สาม ภายใต้แนวคิดและจุดยืนสร้างบ้านอยู่สบายหรือบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประการที่สี่ ระบบปฏิบัติงานออนไลน์ที่ช่วยให้ทุกคนในองค์กรสามารถทำงานได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และประการสุดท้าย การสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ  

ปัจจัยที่กล่าวมา ถือได้ว่าเป็นการลงทุนระยะยาวและเป็นความยั่งยืน จึงทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ส่งผลให้พีดีเฮ้าส์แทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก และมีโอกาสทำยอดขายบ้านทั้งปีกว่า 1,000 ล้านบาท

ทิศทางตลาดรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งหลังปี 2563 ยังคาดการณ์ทิศทางได้ยาก ทั้งผลกระทบของเศรษฐกิจที่หยุดชะงักจากปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสถานการณ์ทั่วโลกและประเทศเศรษฐกิจหลัก ๆ ที่ยังไม่ดีขึ้น เช่น อังกฤษ อเมริกา รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ที่เริ่มมีการประท้วงของนักศึกษาและประชาชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความไม่เชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันว่าจะสามารถรับมือ กับเศรษฐกิจที่ส่อแววทรุดลงอีกและอาจมีผลรุนแรงกว่าครั้งก่อน ๆ แน่นอนว่าปัญหาดังกล่าว กระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป

ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านจึงต้องเร่งปรับตัวเอง เพื่อสร้างโอกาสในการขายและกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้ได้ผลมากที่สุด เพราะกำลังซื้อผู้บริโภคที่มีจำกัดและต้องการความเชื่อมั่นสูงจากผู้ประกอบการมืออาชีพเท่านั้น ภาวะเช่นนี้มีความละม้ายคล้ายกับวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 อย่างไรก็ตาม ภายใต้ปัจจัยลบที่รุมเร้าผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกเล็ก ๆ ที่เอื้อต่อการสร้างบ้านหลังใหม่ช่วงครึ่งหลังปีนี้ ได้แก่ แนวโน้มต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างที่น่าจะปรับตัวลดลงและราคาบ้านที่ลดลงตามกัน

ด้าน นางสาวถิรพร สุวรรณสุต กรรมการบริหารสายงานการตลาด บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารสิทธิ์ฯ แฟรนไชส์ศูนย์รับสร้างบ้าน ภายใต้แบรนด์พีดีเฮ้าส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านมีแนวโน้มที่จะชะลอตัว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 นี้ ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลายอย่าง การทำ Social Distancing ยังคงเป็นวิธีการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่และรับเชื้อโรคนี้ ในส่วนของพีดีเฮ้าส์เองก็มีแผนการตลาดไว้รองรับเช่นกัน อาทิ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเข้าชมงานอีเว้นท์ใด ๆ เพื่อเลือกเฟ้นผู้ประกอบการหรือโปรโมชั่นที่ถูกใจ เพียงแค่ลูกค้าติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถรับโปรโมชั่นได้เหมือนๆ กัน

กลางปีนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้แคมเปญ “MIDYEAR SALE โปรเด็ด 4 ต่อ” ลูกค้าจะได้รับโปรโมชั่น 4 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 ส่วนลดเงินจองสูงสุด 70%  ต่อที่ 2 ส่วนลดเงินเซ็นสัญญา มูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท (ตามราคาบ้าน) ต่อที่ 3 วงเงินอัพเกรดวัสดุ-เพิ่มเติม มูลค่าสูงสุด 8 แสนบาท และต่อที่ 4  Voucher ส่วนลด 50% ค่าออกแบบตกแต่งภายใน โปรฯ นี้สำหรับลูกค้าที่จองสร้างบ้าน วันนี้ – 17 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

“เวลานี้เป็นโอกาสทองของผู้บริโภคอย่างแท้จริง หากมีความพร้อมและต้องการปลูกสร้างบ้านอยู่แล้วก็ไม่ควรตัดสินใจช้า เพราะนอกจากจะได้บ้านที่มีคุณภาพแล้ว ยังได้บ้านในราคาสุดคุ้มจากพีดีเฮ้าส์อีกด้วย”

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ผู้ประกอบการจะแข่งขันจัดโปรโมชั่นกันน่าสนใจเพียงใดก็ตาม แต่ก็ควรศึกษารายละเอียดการให้บริการ คุณภาพวัสดุที่ใช้ ราคาสุทธิ และผลงาน รวมถึงข้อมูลของผู้ประกอบการ มีประวัติการทำงานที่ผ่านมาอย่างไร และมีความน่าเชื่อถือเพียงใด มิควรด่วนเลือกตัดสินใจด้วยราคาถูกเป็นอันดับแรก เพราะอาจยังไม่ใช่ราคาสุทธิ หรือทำให้ต้องจ่ายเพิ่มหรืองบบานปลายภายหลัง โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เลือกจากราคาค่าก่อสร้างบ้านเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำๆ